โดย นพ.จเร ใครน้ำ
การเสริมโหนกแก้ม เป็นศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าที่ช่วย เพิ่มมิติ ความโดดเด่น และความสมดุลของช่วงกลางใบหน้า เหมาะสำหรับผู้ที่มีโหนกแก้มแบน ขาดมิติ ใบหน้าดูราบ หรือผู้ที่ต้องการเสริมลุคให้ดูอ่อนเยาว์ หวาน หรือมีความเป็นผู้หญิงมากขึ้น รวมถึงผู้ที่เข้ารับการทำ Facial Feminization Surgery (FFS)
การเสริมโหนกแก้มอย่างเหมาะสมจะช่วยยกกระชับใบหน้า ทำให้ใบหน้าดูมีมิติ สมดุล และสวยงามอย่างเป็นธรรมชาติ
นพ.จเร ใครน้ำ เป็นศัลยแพทย์ตกแต่งที่มีประสบการณ์ยาวนาน ให้ความสำคัญกับสัดส่วนใบหน้า ความกลมกลืน และผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติในระยะยาว
ภาพรวมของการผ่าตัด (Overview of the Surgery)
การผ่าตัดเสริมโหนกแก้มเป็นการ เพิ่มความนูนและปรับรูปทรงของกระดูกโหนกแก้ม เพื่อให้รับกับโครงหน้าโดยรวม แพทย์อาจเลือกใช้เทคนิคที่เหมาะสม ได้แก่
- การเสริมด้วยซิลิโคนโหนกแก้ม (Cheek Implant)
- การฉีดไขมัน (Fat Grafting) ในบางกรณี
การเลือกเทคนิคขึ้นอยู่กับโครงสร้างกระดูก ปริมาณเนื้อเยื่อ และเป้าหมายของคนไข้ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เรียบเนียน สมมาตร และมั่นคงในระยะยาว
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด (Preparation)
เพื่อให้การผ่าตัดเป็นไปอย่างปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรเตรียมตัวดังนี้
- เข้ารับการปรึกษาและประเมินรูปหน้ากับศัลยแพทย์อย่างละเอียด
- แจ้งประวัติโรคประจำตัว ยาที่รับประทาน และการผ่าตัดใบหน้าที่เคยทำ
- งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์อย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
- งดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดตามคำแนะนำแพทย์
- ตรวจสุขภาพและตรวจเลือดก่อนการผ่าตัด
ระยะเวลาในการผ่าตัด (Duration of the Surgery)
การผ่าตัดเสริมโหนกแก้มใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง
ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้และความซับซ้อนของแต่ละเคส
การดมยาสลบที่ใช้ (Anesthesia Used)
การเสริมโหนกแก้มมักทำภายใต้
- การดมยาสลบ (General Anesthesia)
หรือ - การให้ยานอนหลับร่วมกับยาชาเฉพาะที่ ในบางกรณี
เพื่อความปลอดภัยและความสบายของคนไข้ระหว่างผ่าตัด
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
(Risks and Possible Complications)
แม้การเสริมโหนกแก้มจะเป็นหัตถการที่ปลอดภัยเมื่อทำโดยศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่ก็อาจมีความเสี่ยงบางประการ เช่น
- อาการบวม ช้ำ หรือเจ็บบริเวณแก้ม
- เลือดออกหรือการติดเชื้อ
- ความไม่สมมาตรในช่วงแรก
- การเคลื่อนของซิลิโคน (พบได้น้อย)
- ความรู้สึกชาหรือความตึงบริเวณแก้มชั่วคราว
การดูแลหลังผ่าตัดอย่างเหมาะสมและการติดตามผลกับแพทย์ช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้อย่างมาก
ระยะเวลาพักฟื้น (Recovery Period)
- ช่วง 7–14 วันแรก จะมีอาการบวมบริเวณแก้ม
- สามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันเบา ๆ ได้ภายใน 1–2 สัปดาห์
- ควรหลีกเลี่ยงการกระแทกหรือกดทับใบหน้าประมาณ 4–6 สัปดาห์
- รูปทรงโหนกแก้มจะค่อย ๆ เข้าที่และดูเป็นธรรมชาติภายใน 1–3 เดือน
แพทย์จะนัดติดตามผลอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินการฟื้นตัวและความเรียบร้อยของผลลัพธ์


