โดย นพ.จเร ใครน้ำ
การผ่าตัดดูดไขมัน เป็นศัลยกรรมเพื่อปรับรูปร่างและสัดส่วน โดยช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินที่สะสมเฉพาะจุดและลดยากด้วยการออกกำลังกายหรือควบคุมอาหาร เช่น หน้าท้อง เอว สะโพก ต้นขา แขน หลัง หรือคาง
การดูดไขมันช่วยให้รูปร่างดูได้สัดส่วน กระชับ และสมดุลมากขึ้น แต่ไม่ใช่วิธีลดน้ำหนัก
นพ.จเร ใครน้ำ เป็นศัลยแพทย์ตกแต่งที่มีประสบการณ์ยาวนาน ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย เทคนิคการดูดไขมันที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล และผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
ภาพรวมของการผ่าตัด (Overview of the Surgery)
การดูดไขมันเป็นการใช้เครื่องมือเฉพาะในการดูดเอาไขมันส่วนเกินออกจากชั้นไขมันใต้ผิวหนัง โดยแพทย์จะออกแบบตำแหน่งและปริมาณการดูดอย่างเหมาะสม เพื่อให้รูปร่างดูเรียบเนียน ไม่เป็นคลื่น
สามารถใช้เทคนิคต่าง ๆ เช่น
- การดูดไขมันแบบดั้งเดิม
- การดูดไขมันร่วมกับพลังงาน (เช่น VASER หรือเทคนิคช่วยสลายไขมัน)
ทั้งนี้แพทย์จะเลือกเทคนิคที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายและเป้าหมายของคนไข้แต่ละราย
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด (Preparation)
เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรเตรียมตัวดังนี้
- เข้ารับการปรึกษาและประเมินรูปร่างกับศัลยแพทย์อย่างละเอียด
- แจ้งประวัติโรคประจำตัว ยาที่รับประทาน และอาหารเสริมทั้งหมด
- งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์อย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
- งดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดตามคำแนะนำแพทย์
- ตรวจสุขภาพและตรวจเลือดก่อนเข้ารับการผ่าตัด
ระยะเวลาในการผ่าตัด (Duration of the Surgery)
การผ่าตัดดูดไขมันใช้เวลาประมาณ 1–4 ชั่วโมง
ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ดูด ปริมาณไขมัน และเทคนิคที่ใช้
การดมยาสลบที่ใช้ (Anesthesia Used)
การดูดไขมันสามารถทำได้ภายใต้
- การฉีดยาชาเฉพาะที่ร่วมกับยานอนหลับ
หรือ - การดมยาสลบ (General Anesthesia) ในกรณีดูดหลายตำแหน่งหรือปริมาณมาก
แพทย์จะพิจารณาวิธีที่เหมาะสมที่สุดเพื่อความปลอดภัยของคนไข้
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
(Risks and Possible Complications)
แม้การดูดไขมันจะเป็นหัตถการที่ปลอดภัยเมื่อทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่ยังอาจมีความเสี่ยง เช่น
- อาการบวม ช้ำ หรือเจ็บบริเวณที่ดูดไขมัน
- เลือดออกหรือการติดเชื้อ
- ผิวไม่เรียบหรือเป็นคลื่นในบางราย
- ชา หรือความรู้สึกเปลี่ยนแปลงชั่วคราว
- ภาวะแทรกซ้อนจากการดมยาสลบ
การเลือกศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์และการดูแลหลังผ่าตัดอย่างถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้อย่างมาก
ระยะเวลาพักฟื้น (Recovery Period)
- ช่วง 7–14 วันแรก จะมีอาการบวมและช้ำ
- สามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันเบา ๆ ได้ภายใน 1–2 สัปดาห์
- ควรสวมชุดกระชับตามคำแนะนำแพทย์อย่างต่อเนื่อง
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักประมาณ 4–6 สัปดาห์
- รูปร่างจะค่อย ๆ เข้าที่และเห็นผลชัดเจนภายใน 1–3 เดือน
แพทย์จะนัดติดตามผลอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เรียบเนียนและปลอดภัย


